<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>การอบรมวิปัสสนากรรมฐาน ตามแนวทาง &#34;ระลึกรู้สึกใจ&#34;</title>
	<atom:link href="https://www.dujit.com/wordpress/?feed=rss2" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.dujit.com/wordpress</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Tue, 13 Dec 2022 04:18:36 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.5.1</generator>
		<item>
		<title>แนวทาง &quot;ระลึกรู้สึกใจ&quot; เป็นอย่างไร</title>
		<link>https://www.dujit.com/wordpress/?p=1</link>
		<comments>https://www.dujit.com/wordpress/?p=1#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 09 Jul 2013 05:01:58 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[หมวดทั่วไป]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.dujit.com/wordpress/?p=1</guid>
		<description><![CDATA[การปฏิบัติในแนวทางระลึกรู้สึกใจ โดยอาศัยหลักธรรมที่สำคัญตามคำสอนของพระพุทธองค์ มีดังต่อไปนี้ 1. การปฏิบัติภาวนาต้องเจริญตามแนวทางของอริยสัจ 4 ผลการปฏิบัติจึงจะสามารถนำทุกข์ออกจากใจจนถึงการพ้นทุกข์ได้ 2. การปฏิบัติภาวนาที่ถูกต้อง จะต้องมุ่งในการละกิเลสเป็นสำคัญ โดยการเจริญทางสายกลาง หรือมรรคมีองค์ 8 อย่างต่อเนื่องจนเข้าถึง “อริยมรรค” หลักปหานกิจและภาวนากิจ จึงเป็นหลักปฏิบัติที่สำคัญในพุทธศาสนา และเป็นไปตามครรลองแห่งอริยสัจ 4 โดยแท้จริง 3. ศีลที่ใจ คือ เจตนางดเว้นไม่ให้บาปใด ๆ เข้ามาสู่ใจ ถ้าไม่มีสติ สัมปชัญญะ กำกับที่ใจ ศีลที่ใจก็ไม่ปรากฏ ใจย่อมไม่สุจริต ไม่บริสุทธิ์ จึงจำเป็นต้องเจริญสติสัมปชัญญะให้ต่อเนื่องเพื่อพัฒนาศีล สมาธิ ปัญญา หรือทางสายกลางให้ปรากฏอย่างต่อเนื่อง 4. ถ้ายังไม่สามารถเจริญสติสัมปชัญญะได้อย่างต่อเนื่อง หนทางที่จะเข้าถึงหลักธรรมคำสอนของพระบรมศาสดาย่อมไม่ปรากฏ จะมีเพียงรู้ธรรม &#8230; <a href="https://www.dujit.com/wordpress/?p=1">Continue reading <span class="meta-nav">&#8594;</span></a>]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p>การปฏิบัติในแนวทางระลึกรู้สึกใจ โดยอาศัยหลักธรรมที่สำคัญตามคำสอนของพระพุทธองค์ มีดังต่อไปนี้</p>
<table border="1" cellspacing="0" cellpadding="0">
<tbody>
<tr>
<td valign="top" width="32">1.</td>
<td valign="top" width="584">การปฏิบัติภาวนาต้องเจริญตามแนวทางของอริยสัจ 4 ผลการปฏิบัติจึงจะสามารถนำทุกข์ออกจากใจจนถึงการพ้นทุกข์ได้</td>
</tr>
<tr>
<td valign="top" width="32">2.</td>
<td valign="top" width="584">การปฏิบัติภาวนาที่ถูกต้อง จะต้องมุ่งในการละกิเลสเป็นสำคัญ โดยการเจริญทางสายกลาง หรือมรรคมีองค์ 8 อย่างต่อเนื่องจนเข้าถึง “อริยมรรค” หลักปหานกิจและภาวนากิจ จึงเป็นหลักปฏิบัติที่สำคัญในพุทธศาสนา และเป็นไปตามครรลองแห่งอริยสัจ 4 โดยแท้จริง</td>
</tr>
<tr>
<td valign="top" width="32">3.</td>
<td valign="top" width="584">ศีลที่ใจ คือ เจตนางดเว้นไม่ให้บาปใด ๆ เข้ามาสู่ใจ ถ้าไม่มีสติ สัมปชัญญะ กำกับที่ใจ ศีลที่ใจก็ไม่ปรากฏ ใจย่อมไม่สุจริต ไม่บริสุทธิ์ จึงจำเป็นต้องเจริญสติสัมปชัญญะให้ต่อเนื่องเพื่อพัฒนาศีล สมาธิ ปัญญา หรือทางสายกลางให้ปรากฏอย่างต่อเนื่อง</td>
</tr>
<tr>
<td valign="top" width="32">4.</td>
<td valign="top" width="584">ถ้ายังไม่สามารถเจริญสติสัมปชัญญะได้อย่างต่อเนื่อง หนทางที่จะเข้าถึงหลักธรรมคำสอนของพระบรมศาสดาย่อมไม่ปรากฏ จะมีเพียงรู้ธรรม เข้าใจธรรมจากพระสูตรหรือจากการฟังธรรม</td>
</tr>
<tr>
<td valign="top" width="32">5.</td>
<td valign="top" width="584">การปฏิบัติภาวนาจะต้องสามารถเจริญกุศลธรรมให้ปรากฏที่ใจอย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นการพัฒนาให้โพธิปักขิยธรรม 37 ประการได้แก่ สติปัฏฐาน 4 สัมมัปปธาน 4 อิทธิบาท 4 อินทรีย์ 5 พละ 5 โพชฌงค์ 7 และมรรคมีองค์ 8 อันจะนำไปสู่การเกิด อริยมรรค</td>
</tr>
<tr>
<td valign="top" width="32">6.</td>
<td valign="top" width="584">“ระลึกรู้สึกใจ” คือ การเจริญสติให้เฝ้ากำกับดูแลใจโดยเข้าไปรู้สึกถึงความรู้สึกที่ใจว่า ขณะนั้นใจรู้สึกอย่างไรและเฝ้าดูความรู้สึกนั้นอย่างต่อเนื่อง การทำงานของสติสัมปชัญญะ จะเกิดขึ้นโดยลำดับ</td>
</tr>
<tr>
<td valign="top" width="32">7.</td>
<td valign="top" width="584">สภาวธรรมที่จะเกิดต่อจากนั้นคือ การ ”เจริญมรรค” นั่นเอง ผู้ปฏิบัติที่ “ดูจิต” ได้ถูกต้อง ย่อมหยั่งรู้ได้ด้วยตนเองว่า การดูจิตคือการเจริญมรรค สามารถละกิเลสได้ และผู้ปฏิบัติที่มีความสามารถในการ “ดูจิต” ได้ ย่อมเห็นผลจากการเข้าถึงสภาวธรรมภายในจิต คือ “เห็นธรรม” ที่พึงเห็นได้</td>
</tr>
<tr>
<td valign="top" width="32">8.</td>
<td valign="top" width="584">การภาวนาที่สามารถเจริญสติสัมปชัญญะให้ปรากฏที่ใจได้ จะนำให้เกิด “สัมมาสมาธิ” เป็นสมาธิที่ทำให้เกิดปัญญาอย่างแท้จริง หากมิใช่ “สัมมาสมาธิ” เป็นเพียงสมาธิที่ทำให้ใจสงบ จะไม่เกิดปัญญาละกิเลสใด ๆ ไม่ได้ เป็นแต่เพียงข่มกิเลสไว้ไม่ให้ขึ้นมาทำงาน</td>
</tr>
<tr>
<td valign="top" width="32">9.</td>
<td valign="top" width="584">การปฏิบัติภาวนา เพื่อนำไปสู่การบรรลุมรรคผล จะต้องเจริญวิปัสสนาให้ปรากฏอย่างต่อเนื่องจนเป็นวิปัสสนาชั้นสูง จึงจะบรรลุมรรคผลได้</td>
</tr>
<tr>
<td valign="top" width="32">10.</td>
<td valign="top" width="584">การปฏิบัติเพื่อให้ถึงซึ่งความหลุดพ้น (วิมุตติ) จำเป็นต้องอาศัยหลักธรรมที่สำคัญมาปฏิบัติ คือ การปล่อยวางทุกสิ่ง แม้ธรรมทั้งหลายที่ได้จากการภาวนา โดยอาศัยปัญญา</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p>&nbsp;</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>https://www.dujit.com/wordpress/?feed=rss2&#038;p=1</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
